เพราะต้นมันจะสูงเลยเข่าแล้วสามารถฉีดพ่นพาราควอตได้
แต่ถ้าปลูกมันต้นฝนต้องเจอปัญหาแน่นอนเพราะวัชพืชจะโตเร็วมากแข่งกับมันเลยจึงควรใช้ยาคุมอาจจะเป็นอาทราซีนหรือไดยูรอนก็ได้
การใช้ยาฆ่าหญ้าไม่ว่าไกลโฟเสทหรือพาราควอตกับมันสำปะหลัง
มีข้อควรระวัง
1] ไกลโฟเสทเป็นยาดูดซึมสามารถกำจัดวัชพืชได้มากชนิดแต่
ไม่ควรใช้กับมันสำปะหลัง เพราะวัชพืชตาย มันไม่ตายก็จริง
แต่ระบบการดูดซึมอาหารของมันจะเสียหาย ทำให้หัวไม่โต
ผลผลิตต่ำมาก
2] พาราควอตเป็นยาเผาไหม้ โดยจะทำลายส่วนที่เป็นสีเขียว
ถ้าสัมผัสส่วนที่เป็นสีเขียวจะไหม้ม้านไปเลย
ต้นมันขณะยังอ่อนอยู่จะเป็นสีเขียวถ้าถูกพาราควอตจะไหม้
และต้นขาด ดังนั้นถ้าจะฉีดพ่นควรให้ต้นมันสูงเลยเข่า
ส่วนที่ต่ำกว่าเข่าต้นจะขึ้นนวลขาวแล้ว สัมผ้สพาราควอต
ก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็ดีการฉีดพ่นควรจะระมัดระวังควรจี้
หัวพ่นให้ต่ำที่สุดและจี้ให้ติดวัชพืชเท่าที่จะทำได้
ระยะเริ่มปลูกมันสำปะหลัง ใช้ ไดยูรอน80
อัตรา 100-150 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร คุมวัชพืชประเภทใบแคบ และใบกว้าง
ระยะหญ้า 4-6 ใบ ในมันสำปะหลัง ใช้ เรดโรดอฟ อัตรา 40-50 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร กำจัดวัชพืชประเภทใบแคบ
ระยะหญ้าโตใช้ ดาราโซน / เอก้าโซน หรือ มาร์เก็ต กำจัดวัพืชใบแคบและใบกว้าง อัตรา 60-80 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้สัมผัสเฉพาะวัชพืช ได้เลย
หากพื้นที่ที่ปลูกหญ้าแรงมาก พ่นคุมหญ้าด้วยซูมิ โซย่า ทันทีไม่ต้องรอฝน เป็นผง 100 กรัมห้าร้อยกว่า ผลมน้ำ 200 ลิตรพ่น7-8 ไร่
หากไม่ได้คุมหญ้าหลังปลูก 20-30วันพ่นปราบหญ้าอ่อนด้วย พาราควอต เป็นยาฆ่าหญ้าแบบเผาไหม้ 120 cc/น้ำ 18ลิตร พ่นอย่างระวังไม่ให้โดนยอด/กิ่งออ่นของต้นมัน
อีก30 วัน หรือหากหญ้าขึ้นอีก พ่นดว้ยสารดูดซึมไกลโฟเสต 48% อัตรา 1 กระป๋องปลา(150cc)/น้ำ 18 ลิตร
ยาทั้งสองแบบอันตรายคนละอย่าง ยาเผาใหม้หากโดนต้นมันอ่อน จะไหม้เป็นแผลและหักหรือขาด แต่ไม่มีฤทธิ์ตกค้าง สารดูดซึม จะมีฤทธิ์ตกค้าง หากโดนมากยอดมันจะขาว ใบจะหงิก ชะงักการเติบโต หากละอองโดนสว่นล่างของลำต้นไม่มากก็จะมีผลต่อต้นมันไม่มาก มีเทคนิคพ่นสารดูดซึมคือ ใช้หัวฉีดที่ไม่ฟุ้งกระจายเป็นละออง พ่นต่ำ เดินเร็ว อาจผสมยูเรียสักกระป๋องนมข้นหวาน/น้ำ18 ลิตร แก้การชะงักของต้นมัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น